MINI Thailand เปิดตัว Hatch และ Convertible รุ่นปรับโฉม อัพไฟท้ายใหม่ลาย Union Jack

MINI Thailand เปิดตัว Hatch และ Convertible รุ่นปรับโฉม อัพไฟท้ายใหม่ลาย Union Jack

(11) MINI_LCIs Launch Event
มินิ ประเทศไทย เสริมสร้างคาแรคเตอร์ที่เด่นชัดและเสน่ห์ของรถยนต์สัญชาติอังกฤษ ด้วยการเปิดตัวรถยนต์มินิรุ่นปรับโฉมใหม่ถึง 4 รุ่น คือ มินิ แฮทช์ 3 ประตู มินิ แฮทช์ 5 ประตู มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล เปิดประทุน และมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ 3 ประตู พร้อมโฉมใหม่รอบคัน ทั้งโลโก้ ไฟหน้า ล้อและการตกแต่งภายใน โดดเด่นด้วยไฟท้ายลายธงยูเนียน แจ็คอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมความสะดวกสบายจากกล้องมองหลัง รวมถึงเปลี่ยนเครื่องยนต์และชุดเกียร์อัตโนมัติให้ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ตอกย้ำความมุ่งมั่นของมินิ ประเทศไทยในการเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียมที่มีรูปลักษณ์ทันสมัย ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมชั้นเลิศ

(2) MINI LCIs Launch_Headlight
เด่นสะดุดตาไปกับโคมไฟหน้าแบบฮาโลเจนในรุ่นคูเปอร์ และคูเปอร์ ดี ที่เน้นรายละเอียดด้วยพาเนลสีดำด้านในโคมไฟ และการปรับโฉมไฟหน้าแบบวงแหวนเต็มวงในดีไซน์ใหม่ ในรุ่นคูเปอร์ เอส ที่ให้ความสว่างมากขึ้นทั้งในโหมดไฟต่ำและไฟสูงด้วยไฟหน้า LED พร้อมด้วยไฟ LED Daytime Running Light และฟังก์ชันไฟเลี้ยวภายในวงแหวนเดียวกัน โดยไฟจะเปลี่ยนสีจากสีขาวเป็นสีส้มขณะที่ทำการเปิดไฟเลี้ยว เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Adaptive LED Headlights ในรุ่น จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ ช่วยปรับความสว่างของไฟหน้าแบบอัตโนมัติตามสภาพเส้นทาง และปรับองศาไฟขณะเข้าโค้ง นอกจากนี้ ระบบนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Matrix light ที่ยกระดับทัศนวิสัยในการขับขี่ด้วยการเปิด-ปิดระบบไฟส่องสว่างโดยอัตโนมัติเมื่อกล้องในรถยนต์ตรวจจับได้ว่ามีรถยนต์คันอื่นสวนมา เพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทาง
(4) MINI LCIs Launch_Rear light
เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นแบรนด์สัญชาติอังกฤษ มินิ ได้ปรับไฟท้ายของรถใหม่ให้มีความโดดเด่นด้วยรูปทรงและเส้นไฟ LED ลายธงยูเนียน แจ็คแห่งสหราชอาณาจักร ในรุ่นคูเปอร์ เอส และจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ โดยไฟเบรกจะใช้เส้นแนวตั้ง ส่วนไฟเลี้ยวจะเป็นเส้นแนวนอนกึ่งกลาง และไฟท้ายจะเปิดเป็นเส้นแนวทะแยง เมื่อไฟหน้าเปิดอยู่ ทำให้ภาพรวมของท้ายรถรุ่นปรับโฉมใหม่นี้มีความสวยงาม โดดเด่นจากการผสมผสานเส้นไฟเข้ากับรายละเอียดของลายธง

(5) MINI LCIs Launch_New Logo
ตราสัญลักษณ์ ‘MINI’ แบบใหม่นี้ยังคงดีไซน์ความเป็นมินิมอลในสไตล์มินิ แต่ให้ความสบายตามากขึ้นด้วยการออกแบบ 2 มิติ โลโก้ใหม่นี้จะอยู่ที่ 4 ตำแหน่งด้วยกันคือ บริเวณฝากระโปรงหน้ารถ ฝากระโปรงท้ายรถ บนพวงมาลัย และบนกุญแจรีโมท ซึ่งโลโก้ใหม่นี้ยังสะท้อนถึงอัตลักษณ์ของแบรนด์กับการขับขี่ที่สนุกสนาน การออกแบบที่โดดเด่นและคุณภาพยนตรกรรมระดับพรีเมียม อันเป็นหัวใจสำคัญของมินิ สีตัวถังใหม่ 3 สี สวยสะดุดตา มินิรุ่นปรับโฉมใหม่ทั้ง 3 ประเภทตัวถัง (มินิ แฮทช์ 3 ประตู, มินิ แฮทช์ 5 ประตู และ มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล) มาพร้อมตัวเลือกของสีตัวถังใหม่เพิ่มอีก 3 สี คือสีเทา Emerald Grey Metallic สีน้ำเงิน Starlight Blue Metallic และสีส้ม Solaris Orange Metallic พร้อมเสริมความสปอร์ตดุดันในรุ่นคูเปอร์ เอส ด้วย Piano Black Exterior สีดำเงาที่กรอบโคมไฟหน้า โคมไฟท้าย และกระจังหน้ารถ

นอกจากนี้ ยังมีล้ออัลลอยลายใหม่ทั้งหมด 4 แบบที่ต่างกันไปในแต่ละรุ่น คือ ลาย Victory Spoke Black ขนาด 16 นิ้ว ลาย Roulette Spoke 2-tone ขนาด 17 นิ้ว ลาย Rail Spoke 2-tone ขนาด 17 นิ้ว และ ลาย MINI Yours Vanity Spoke 2-tone ขนาด 18 นิ้ว ที่มาพร้อมฝาครอบล้อใหม่ลาย MINI Yours

ปรับปรุงการตกแต่งภายใน เพิ่มทางเลือกให้กับ มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล ภายในรถมีการเพิ่มตัวเลือกของสีเบาะที่นั่งและห้องโดยสารทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ Leather Chester, Leather Malt Brown, Leather Cross Punch Carbon Black และล่าสุดกับ Leather Lounge Satellite Grey ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความไม่เหมือนใคร และเติมความโดดเด่นบนท้องถนนให้กับมินิ
คอนเวิร์ตทิเบิลขณะขับขี่แบบเปิดหลังคา

เครื่องยนต์และเกียร์อัตโนมัติแบบใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ การปรับโฉมรอบนี้ มินิ ได้ทำการปรับปรุงเครื่องยนต์ให้ขับสนุกมากขึ้น โดยมินิเครื่องยนต์เบนซินทุกรุ่นจะมีการเพิ่มแรงดันสูงสุดในการฉีดน้ำมันจาก 200 เป็น 350 บาร์ ควบคู่ไปกับใบพัดเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ทำจากวัสดุที่ทนทานต่อความร้อนสูง รวมถึงมีการปรับแรงดันหัวฉีดน้ำมันทำให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ขณะที่ฝาครอบเครื่องยนต์นำวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) มาใช้เป็นครั้งแรก จึงทำให้มีน้ำหนักเบาลง เสริมสมรรถนะให้รวดเร็วฉับไวขึ้น

มินิ แฮทช์ มาพร้อมกับขุมพลังเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo โดยมีให้เลือกสรรทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ในรุ่นคูเปอร์ และคูเปอร์ ดี และเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2 ลิตรในรุ่นคูเปอร์ เอส ที่ให้พละกำลังได้สูงสุดถึง 192 แรงม้า ควบคู่กับแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร

(6) MINI LCIs Launch_New Gear
ส่วนระบบส่งกำลัง ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมด้วยคันเกียร์ใหม่ในระบบไฟฟ้า โดยในรุ่นคูเปอร์และคูเปอร์ เอส จะมาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 7 สปีด คลัตช์คู่ (Double Clutch Transmission) ที่มอบจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและไหลลื่นยิ่งขึ้น เร่งความเร็วได้ทันใจ รวมถึงมีอัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่มากขึ้นกว่าเดิม ทำให้ขับขี่ได้คล่องตัวและพร้อมตอบสนองความท้าทายทุกโจทย์บนท้องถนน ส่วนในรุ่น จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ เสริมความสปอร์ตด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดที่ตอบสนองรวดเร็วในสไตล์รถแข่ง เติมความสนุกในทุกจังหวะการขับขี่

มินิ คูเปอร์ แฮทช์ 3 ประตู ให้กำลังสูงสุดที่ 136 แรงม้า โดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.8 วินาที ส่วนมินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ 5 ประตู ให้กำลังได้สูงสุด 192 แรงม้า โดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 280 นิวตัน-เมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6.7 วินาที และสำหรับรถมินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตทิเบิล ให้กำลังสูงสุด 192 แรงม้าโดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 280 นิวตัน-เมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 7.1 วินาที

พวงมาลัยและหน้าจอแบบใหม่ ใช้งานได้หลากหลายขึ้น สำหรับพวงมาลัยรุ่นใหม่จะเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่นสามก้าน โดยที่มีฟังก์ชันการใช้งานแตกต่างกันไปในมินิแต่ละรุ่น ทางด้านซ้ายจะมีปุ่มควบคุม Speed Limit ที่กำหนดความเร็วสูงสุดของรถได้ ส่วนชุดควบคุมด้านขวาจะเกี่ยวข้องกับระบบความบันเทิงและเครื่องเสียง นอกจากนี้ มินิทุกรุ่นยังมาพร้อมกับหน้าจอดิจิทัลพร้อมระบบสัมผัสขนาด 6.5 นิ้ว หรือ 8.8 นิ้วที่มีเทคโนโลยีไร้สายแบบ Bluetooth ติดตั้งในตัวเพื่อเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือได้ รวมถึงเทคโนโลยี MINI Connected ที่จะเชื่อมต่อฟังก์ชั่นต่างๆ บนรถยนต์กับสมาร์ทโฟนได้

(7) MINI LCIs Launch_Logo Projection
เพิ่มลูกเล่นด้วยการฉายไฟโลโก้ลงพื้น และแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายชุดอุปกรณ์เสริม MINI Excitement มาพร้อมกับระบบ MINI Logo Projection ที่สร้างเอกลักษณ์สะดุดตาด้วยการฉายโลโก้มินิลงบนพื้นนอกตัวรถบริเวณฝั่งคนขับเมื่อเปิดหรือปิดประตูรถ

ส่วนในรุ่นจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ มินิยังนำเทคโนโลยีล่าสุดอย่างแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charging) มาติดตั้งไว้ยังบริเวณช่องในที่วางแขนกึ่งกลางตัวรถ โดยสามารถวางโทรศัพท์รุ่นที่รองรับระบบการชาร์จไร้สายบนแท่นเพื่อชาร์จได้เลย นอกจากนี้ยังมีทางเลือกเสริมให้ติดตั้งพอร์ต USB เพิ่มเติมที่คอนโซลหน้ารถได้อีกด้วย

เสริมความแรงเร้าใจเต็มพิกัดกับมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ 3 ประตู นอกจากการปรับโฉมมินิ แฮทช์และมินิ คอนเวิร์ตทิเบิลแล้ว มินิยังเปิดตัวโฉมใหม่ของมินิ แฮทช์ ตัวแรงจากตระกูลจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ในระดับรถแข่งพันธุ์แท้ ทำให้การขับขี่ในวันธรรมดาเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจราวกับอยู่ในสนามแข่ง โลดแล่นด้วยเครื่องยนต์ทรงพลัง ระบบช่วงล่าง ชุดแต่ง จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ และขุมพลังจากเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo มอบความเร็วเร้าใจด้วยกำลังสูงสุด 170 กิโลวัตต์ (231 แรงม้า) สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.1 วินาที สำหรับมินิ จอห์น

คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ 3 ประตู และยังคงเอกลักษณ์ดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นสะดุดตาด้วยชุดแต่งในตระกูลจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ขนานแท้ ไม่ว่าจะเป็นล้ออัลลอยแบบ John Cooper Works Cup Spoke, 2-tone ขนาด 18 นิ้ว และเอกลักษณ์จานเบรคสีแดง พร้อมด้วยโลโก้จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ มอบความรู้สึกทรงพลังด้วยความคลาสสิกสไตล์มินิอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถอุ่นใจด้วยโปรแกรม MINI Service Inclusive (MSI) ให้เลือกสรรตามความต้องการ ด้วยแพ็คเกจเริ่มต้น MSI Standard ที่ครอบคลุมระยะการบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม. และรับประกัน 3 ปีไม่จำกัดระยะทาง โดยมินิ แฮทช์ มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล และมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ รุ่นปรับโฉมใหม่ จะประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้

(9) MINI_LCIs Launch Event

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *